Ceremonial Letters of Siam

พระราชสาส์นจากราชอาณาจักรสยาม

 

The letters from King Mongkut, King Chulalongkorn, and Second King Pinklao are windows into both royal court customs and early U.S.-Thai relations. With elaborate introductions and valedictions framing the dignity of the monarch’s words, these letters evoke the grandeur of royal court traditions, while also conveying each king’s personal sentiments. Between the regal and formal rhetoric of the court, the message is clear, as each king shares his hope for mutual esteem and goodwill between the Kingdom of Siam and the United States. 

Letters written by a monarch or head of state were treated with great ceremony in nineteenth-century Siam, as the letters were regarded as embodiments of the sovereigns themselves. Thus, all necessary protocol for the proper conveyance of a monarch was afforded to these letters.  King Mongkut wrote to President James Buchanan (1791-1868) explaining the reception for the president’s letter:

It was received by us in full assembly of the royal princes and nobles of the highest rank, all in full court dress with their insignia of office in like manner as though they were receiving a visit in person from the president of [the] United States [of] America.”

Today, these cherished cultural artifacts have been carefully preserved at the National Archives and Records Administration, from which a selection is presented in this publication to illuminate aspects of Siamese culture and the early relationship between Thailand and the United States.


พระราชสาส์นในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดุจดังประตูที่เชื่อมต่อระหว่างธรรมเนียมของราชสำนักและความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในช่วงแรกเริ่ม แสดงให้เห็นถึงความสูงศักดิ์อันเป็นไปตามรูปแบบพระราชสาส์นของราชสำนักสยาม อันประกอบด้วยพระราชปรารภและคำลงท้าย ซึ่งใช้สำนวนภาษาสละสลวย แสดงถึงการมีวาทศิลป์ในการเจรจา สื่อถึงความให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างราชอาณาจักรสยามและสหรัฐอเมริกา

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่๑๙ ราชอาณาจักรสยามจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่ในการรับพระราชสาส์นในพระมหากษัตริย์หรือสารจากประมุขของประเทศ เนื่องจากชาวสยามถือกันว่าเป็นตัวแทนของประมุข  ด้วยเหตุนี้ ในการรับพระราชสาสน์เหล่านี้ จะต้องดำเนินการตามพิธีการที่จำเป็นทั้งหมดในการรับเสด็จพระมหากษัตริย์  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานลายพระหัตถ์ไปยังประธานาธิบดีเจมส์ บูแคนัน (พ.ศ. ๒๓๓๔-๒๔๑๑) โดยทรงอธิบายถึงพิธีการในการรับสารจากประธานาธิบดีว่า

แล้วก็ได้นั่งในชุมนุมพร้อมกับพระราชวงษานุวงษ แลท่านเสนาบดีที่มียศบันดาศักดิ์ใหญ่ ๆ ได้ว่าราชการแผ่นดินอยู่ในพนักงานนั้น ๆ ได้แต่งตัวเตมตามยศออกรับโดยเคารพยนับถือ เหมือนดังว่าเมื่อปริไสเดนต์ยุไนติศเตศได้มาเยี่ยมเยียนพระมหานครนี้”

ในปัจจุบัน สิ่งของที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการจัดเก็บไว้เป็นอย่างดีที่องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ  และบางชิ้นปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว เพื่อทำให้วัฒนธรรมสยาม และความสัมพันธ์ในช่วงเริ่มแรกระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ในแง่มุมต่าง ๆ เป็นที่ประจักษ์

 

Treaty of Amity and Commerce

สนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์

 
 

Three years after it was initially drafted, the Treaty of Amity and Commerce, the first agreement of its kind between the United States and an Asian nation, was fully ratified by King Nangklao, the U.S. Congress, and President Martin Van Buren (1782-1862).The original scroll, which stretches over three and a half meters long, is preserved to this day in the collections of the National Archives in Washington, D.C. Since the two countries did not adequately understand each other’s language at the time, the document was also transcribed in Portuguese and Chinese “to serve as testimony to the contents of the Treaty.” The primary objective of this agreement was to establish a system of duties to regulate the import and export of goods by American merchants, thereby promoting trade. The treaty’s success was limited by the geographical distance that separated both nations, but still represented an important step for the United States and Siam in their development as world powers. 


สามปีหลังจากที่มีการร่างสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ ซึ่งเป็นสนธิสัญญาฉบับแรกระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศในทวีปเอเชีย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงประทับพระราชลัญจกรรูปไอราพตเป็นการให้สัตยาบันอย่างสมบูรณ์ พร้อมกันกับรัฐสภาสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีมาร์ติน แวน บิวเรน (พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๔๐๕)  โดยต้นฉบับม้วนหนังสือที่มีความสูงกว่าสามเมตรครึ่ง ถูกเก็บรักษาไว้ที่องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จนถึงทุกวันนี้  เนื่องจากทั้งสองประเทศไม่เข้าใจภาษาของอีกฝ่ายมากพอ จึงมีการเขียนเนื้อความเป็นภาษาโปรตุเกสและภาษาจีนกำกับ “ไว้เปนพญานเรื่องความ” ด้วย  จุดประสงค์หลักของสนธิสัญญาฉบับนี้คือ เพื่อกำหนดระบบอากรที่ใช้กำกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าโดยพ่อค้าชาวอเมริกัน  ด้วยเช่นนั้น จึงเป็นการส่งเสริมการค้าด้วย  ถึงแม้ว่าความสำเร็จของสนธิสัญญาฉบับนี้จะมีข้อจำกัดด้วยระยะทางอันห่างไกลที่กั้นกลางระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ก็นับว่าสนธิสัญญาดังกล่าวเป็นก้าวที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาและสยามในการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของประเทศในฐานะที่เป็นประเทศที่ทรงอำนาจของโลก 

 
 

 

King Mongkut learned English through personal study and instruction from American missionaries in Siam.  His fluency enabled him to translate official letters before the court, meet informally with U.S. envoys, and correspond with presidents in his own hand, as demonstrated in this letter to President Franklin Pierce.  

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง และการถวายพระอักษรโดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ทรงเชี่ยวชาญในการแปลเอกสารราชการในราชสำนัก มีพระราชปฏิสันถารกับราชทูตจากสหรัฐอเมริกา และมีพระราชสาส์นไปยังประธานาธิบดีด้วยพระองค์เอง 

 
 

Earliest known correspondence between Siam and the United States

การติดต่อกันทางจดหมายเป็นครั้งแรกระหว่างรัฐบาลสยามกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

 
 

This letter from Dit Bunnag (1768-1855) to President James Monroe (1758-1831) represents the earliest known correspondence between the governments of Siam and the United States.  It was written in Portuguese, a diplomatic language used in the kingdom.

Dit Bunnag’s letter recounts a meeting between Prince Chetsadabodin (later King Nangklao, or Rama III, 1788-1851) and Stephen Williams (1781-1844), an American sea captain who had arrived in Bangkok to trade for sugar. It is uncertain if Williams had traveled to Siam under government auspices or as a private merchant.  Although sources mention Williams delivering a letter from President Monroe,  this document has not yet been located in either U.S. or Thai archives. In any case, Williams helped to initiate one of the United States’ oldest relationships in the Eastern Hemisphere. 


จดหมายจากดิศ บุนนาค (พ.ศ. ๒๓๑๑-๒๓๙๘) ที่มีไปยังประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร (พ.ศ. ๒๓๐๑-๒๓๗๔) เป็นการติดต่อกันทางจดหมายเป็นครั้งแรกระหว่างรัฐบาลสยาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสหรัฐอเมริกา โดยเขียนเป็นภาษาโปรตุเกส ภาษาทางการทูตที่ใช้ในราชอาณาจักร  

จดหมายฉบับนี้กล่าวถึงนายสตีเฟน วิลเลียมส์ (พ.ศ. ๒๓๒๔-๒๓๘๗) กัปตันเรือชาวอเมริกันที่นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนกับน้ำตาลที่กรุงเทพมหานคร และได้เข้าเฝ้าพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ภายหลังได้เสด็จผ่านพิภพเป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๓๑-๒๓๙๔) ทั้งนี้ ไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัดว่า นายวิลเลียมส์เดินทางมายังสยามโดยได้รับการอุปถัมภ์จากรัฐบาลหรือเพื่อมาค้าขายส่วนตัว  แม้ว่าแหล่งข้อมูลจะระบุไว้ว่า นายวิลเลียมส์เป็นผู้มอบจดหมายจากประธานาธิบดีมอนโร แต่ก็ไม่พบจดหมายฉบับนี้ทั้งในหอจดหมายเหตุของไทยหรือสหรัฐอเมริกา  อย่างไรก็ดี นายวิลเลียมส์ก็ได้มีส่วนช่วยเริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในโลกตะวันออก