Gold Nielloware

เครื่องถมทอง

Gold nielloware is a traditional Thai art form that dates back to at least the Ayutthaya period (1351-1767). It was one of several types of metalware traditionally used for Siamese court regalia. These gold niello items are originally crafted from silver before being plated with gold. The term “niello” comes from the silver, sulphur, and lead compound that is used to blacken the piece and draw contrast with the intricate gold floral designs that appear in relief. Long associated with Nakhon Si Thammarat province, these items were traditionally tribute to the court of Bangkok that were subsequently redistributed by the king to high-ranking noblemen.

เครื่องถมทองเป็นงานศิลปหัตถกรรมไทยดั้งเดิมที่มีมาอย่างน้อยตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. ๑๘๙๔-๒๓๑๐)  และตามธรรมเนียมแล้ว เป็นเครื่องโลหะประเภทหนึ่งที่ใช้ในราชสำนักสยาม  คำว่า “ถม” มาจากเงิน กำมะถัน และตะกั่วที่ใช้ทำให้วัตถุมีสีดำ ซึ่งตัดกับลวดลายดอกไม้สีทองอันสลับซับซ้อน โดยช่างฝีมือจะขูดหรือตอกลวดลายลงบนภาชนะหรือแผ่นเงิน ก่อนจะใช้ผงยาถมถมลงบนลวดลาย แล้วจึงนำน้ำทองละลายปรอทมาวาดทับลวดลาย  เครื่องถมมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับจังหวัดนครศรีธรรมราชมาเป็นเวลาช้านาน และมักจะเป็นเครื่องราชบรรณาการที่ส่งไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระมหากษัตริย์ที่กรุงเทพมหานคร จากนั้นพระองค์ก็จะพระราชทานให้แก่ขุนนางชั้นสูงต่อไป

 

Gold Nielloware from King Mongkut

เครื่องถมทองพระราชทานจากพระบาทสมเด็จสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

One sight that impressed Americans who had an audience before the king was the splendid display of golden waterpots, betel sets, silks, swords, and other utensils that members of the court were equipped with. Distributed exclusively by the Crown, insignia gift sets comparable to the one received by President Pierce conferred status and admittance to the court. Following the signing of the Harris Treaty in 1856, King Mongkut’s presentation of these items to President Pierce was not simply a material gift but also an invitation to the court of Siam.

Within the hierarchy of these items, gold nielloware was reserved for high-ranking noblemen, while monarchs received more costly works of enameled gold. King Mongkut deliberated on which utensil set was befitting the president of the United States, who though sovereign of a great nation, was not a royal.  He ultimately decided that the leader of a democratic republic deserved the status of a high-ranking nobleman, as demonstrated by his choice of gifts.

สิ่งหนึ่งที่ประทับใจชาวอเมริกันที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัวก็คือ ความงดงามของชุดกาน้ำถมทอง ชุดเชี่ยนหมากถมทอง ผ้าไหม ดาบ ตลอดจนเครื่องยศต่าง ๆ ของผู้คนในราชสำนัก ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณ นอกจากนี้ บรรดาของขวัญที่พระราชทานแก่ประธานาธิบดีแฟลงคลิน เพียร์ซ ยังทัดเทียมใกล้เคียงกับเครื่องอิสริยยศที่พระราชทานแก่ข้าราชสำนัก และถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงฐานันดรศักดิ์และการยอมรับเข้าสู่ราชสำนักสยาม  โดยหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในสนธิสัญญาแฮร์ริสเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ พระองค์ก็ได้พระราชทานเครื่องถม ผ้า และศาสตราวุธ ซึ่งมีความหมายมิใช่เป็นแต่เพียงของขวัญเท่านั้น หากยังหมายถึงทรงเชื้อเชิญแขกเมืองให้มายังราชสำนักสยามอีกทางหนึ่งด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานของขวัญและของที่ระลึกให้ตามฐานานุศักดิ์ของผู้ได้รับพระราชทาน เช่น พระราชทานเครื่องถมทองแก่ขุนนางชั้นสูง ขณะที่พระราชาธิบดีประเทศต่าง ๆ ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชูปโภคที่มีมูลค่าสูงกว่านั้น  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานข้าวของเครื่องใช้ให้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจเป็นไปได้ที่ทรงเห็นว่าผู้นำสาธารณรัฐที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย แม้จะเป็นประมุขแห่งประเทศมหาอำนาจ แต่ก็มิใช่เจ้านาย และมีฐานะเสมอขุนนางชั้นสูง โดยพิเคราะห์เทียบเคียงจากสิ่งของที่พระราชทานให้

 

Gold Niello Waterpot Gift from King Mongkut to President Franklin Pierce, 1856 22.2 x 16.2 cm Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E65-0; Photo by James Di Loreto, Lucia RM Martino, and Kate D. Sherwood

กาน้ำถมทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ พ.ศ. ๒๓๙๙ ๒๒.๒ x ๑๖.๒ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E65-0; ถ่ายโดยเจมส์ ดิลอเรโต ลูเซีย อาร์เอ็ม มาร์ติโน และเคท ดี. เชอร์วูด

Gold Niello Bowl Gift from King Mongkut to President Franklin Pierce, 1856 11.2 x 21.5 cm Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E63-0; Photo by James Di Loreto and Lucia RM Martino

ขันถมทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ พ.ศ. ๒๓๙๙ ๑๑.๒ x ๒๑.๕ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E63-0; ถ่ายโดยเจมส์ ดิลอเรโต และลูเซีย อาร์เอ็ม มาร์ติโน

Gold Niello Tonsure Shears Gift from King Mongkut to President Franklin Pierce, 1856 35.3 cm length Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E66-0; Photo by James Di Loreto and Lucia RM Martino

กรรไกรเครื่องตัดผมถมทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ พ.ศ. ๒๓๙๙ ความยาว ๓๕.๓ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E66-0; ถ่ายโดยเจมส์ ดิลอเรโต และลูเซีย อาร์เอ็ม มาร์ติโน

Gold Niello Stand Gift from King Mongkut to President Franklin Pierce, 1856 10.5 x 21.1 cm Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E63-0; Photo by James Di Loreto, Lucia RM Martino, and Kate D. Sherwood

พานรองถมทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เพียร์ซ พ.ศ. ๒๓๙๙ ๑๐.๕ x ๒๑.๑ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E65-0; ถ่ายโดยเจมส์ ดิลอเรโต ลูเซีย อาร์เอ็ม มาร์ติโน และเคท ดี. เชอร์วูด

 

Gold Nielloware from King Chulalongkorn

เครื่องถมตะทองพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

The 1876 U.S. Centennial Exposition in Philadelphia was the first event of its kind in the United States. At the same time that Americans learned of Alexander Graham Bell’s telephone, many were also introduced to the Kingdom of Siam. The kingdom’s display included nielloware, textiles, theatrical khon masks, shadow puppets, musical instruments, and models of royal barges and houseboats, all of which provided Americans with a fascinating window to the world of Siam.

The exhibitions sent by King Chulalongkorn and his royal commissions were not only an opportunity to demonstrate the mastery of Siamese artisans and to spur trade interest in his nation’s commodities, but they were also gestures of goodwill that, much like earlier gifts, communicated the mutual esteem between his kingdom and the United States. 

การแสดงนิทรรศการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีประเทศสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๔๑๙ จัดขึ้นที่เมืองฟิลาเดลเฟีย เป็นการแสดงนิทรรศการครั้งแรกที่จัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในช่วงนั้น ชาวอเมริกันเริ่มรู้จักโทรศัพท์ ที่นายอเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ประดิษฐ์ขึ้น  ไปพร้อม ๆ กับที่หลายคนก็เพิ่งเริ่มรู้จักราชอาณาจักรสยาม  สิ่งของที่สยามนำมาจัดแสดงมีตั้งแต่เครื่องถม ผ้า หัวโขน ตัวหนังใหญ่ เครื่องดนตรี และแเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองและเรือนแพ ซึ่งล้วนทำหน้าที่เปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันเห็นโลกอันน่าทึ่งของสยามประเทศ

สิ่งของที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานและคณะราชกรรมาธิการส่งไปจัดแสดงในการแสดงนิทรรศการดังกล่าว ไม่เพียงแต่ทำให้ฝีมือของช่างศิลป์ไทยเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกเท่านั้น หากแต่ยังกระตุ้นความสนใจให้นานาประเทศหันมาทำการค้ากับสยามที่เป็นผู้ผลิตสิ่งของดังกล่าวอีกด้วย  อีกทั้ง ยังเป็นการแสดงไมตรีจิตจากสยามประเทศ เฉกเช่นเดียวกับของขวัญที่เคยให้สหรัฐอเมริกาในอดีต ที่สื่อถึงความเคารพนับถือที่ราชอาณาจักรของพระองค์กับสหรัฐอเมริกามีให้ต่อกัน  

 

Gold Niello Towel Stand 51 x 41 cm 13.8 cm diameter (base) Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27151-0; Photo by Jim Di Loreto

ราวแขวนผ้าเช็ดหน้าถมตะทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. ๒๔๑๙ ๕๑ x ๔๑ ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๓.๘ ซม. (ฐาน) ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27151-0; ถ่ายโดยจิม ดิลอเรโต

Gold Niello Lidded Containers Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 Cases: Approximately 6.5 cm diameter each Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27149-0; Photo by Jim Di Loreto

พานเครื่องแป้งถมตะทองพร้อมโถปริกทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. ๒๔๑๙ พาน: เส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๐.๗ ซม.; โถปริกทอง: เส้นผ่านศูนย์กลาง ๖.๒, ๖.๕๒, ๖.๗ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27149-0; ถ่ายโดยจิม ดิลอเรโต

Gold Niello Tray
Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876. Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology

ถาดหมากถมตะทอง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่สถาบันสมิธโซเนียน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙ ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน

Gold Niello Wash Bowl Tray Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 18.2 x 28.7 cm Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27148-0; Photo by Jim Di Loreto

อ่างล้างหน้าถมตะทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. ๒๔๑๙ ๑๘.๒ x ๒๘.๗ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27148-0; ถ่ายโดยจิม ดิลอเรโต

Gold Niello Stand Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 Tray: 12.6 x 20.7 cm Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27156-0; Photo by Jim Di Loreto

พานรองถมตะทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. ๒๔๑๙ ๑๒.๖ x ๒๐.๗ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27149-0, E27155-0, E27156-0; ถ่ายโดยจิม ดิลอเรโต

Gold Niello Spittoon Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 19.5 x 32.7 cm Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27157-0; Photo by Jim Di Loreto

กระโถนถมตะทองปากแตรใหญ่ ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. ๒๔๑๙ ๑๙.๕ x ๓๒.๗ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27157-0; ถ่ายโดยจิม ดิลอเรโต

Gold Niello Waterpot
Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 24 cm height x 16 cm diameter Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27155-0; Photo by Jim Di Loreto

กาน้ำถมตะทอง
ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. 2419 สูง 24 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 16 ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27155-0; ภาพถ่ายของจิม ดิลอเรโต

Gold Niello Water Bowl and Stand Gift from King Chulalongkorn to the Smithsonian Institution, 1876 Bowl: 15 cm diameter Courtesy of the Smithsonian Institution, Department of Anthropology; E27150-0; Photo by Jim Di Loreto

ขันและพานรองถมตะทอง ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่สถาบันสมิธโซเนียน พ.ศ. ๒๔๑๙ ขัน: เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๕ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากฝ่ายมานุษยวิทยา สถาบันสมิธโซเนียน; E27150-0; ถ่ายโดยจิม ดิลอเรโต

 

Nielloware from King Prajadhipok

เครื่องถมตะทองพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

Silver Niello Bowl with Gold Trim Gift from King Prajadhipok to President Herbert Hoover, 1931 38.1 x 45.4 cm Courtesy of the Herbert Hoover Presidential Library and Museum; 65.2.35 (a-c)

ขันถมเงิน ของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แก่ประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ พ.ศ. ๒๔๗๔ ๓๘.๑ x ๔๕.๔ ซม. ได้รับความอนุเคราะห์จากพิพิธภัณฑ์และหอสมุดประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์; 65.2.35 (a-c)

 

In 1931, King Prajadhipok (Rama VII, 1893-1941) and Queen Rambhai Barni (1904-1984) became the first reigning monarchs of Siam to visit the United States. Though the royal couple had traveled to New York in 1924 as prince and princess, it was their second visit that marked a historic milestone.  On this state visit, His Majesty met with President Herbert Hoover (1895-1972), to whom the king gifted a traditional niello bowl and an enamel royal portrait produced by the famous French jeweler Cartier

ใน พ.ศ. ๒๔๗๔ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗ พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๘๔) และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี (พ.ศ. ๒๔๔๗-๒๕๒๗) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์และพระราชินีจากสยามพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา  แม้ว่าทั้งสองพระองค์จะเคยเสด็จเยือนนิวยอร์กก่อนหน้านั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ในขณะที่ทั้งสองพระองค์ยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขไทยธรรมราชา และหม่อมเจ้ารำไพพรรณี ก็ตาม แต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาในครั้งที่สองนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างหมุดหมายอันสำคัญทางประวัติศาสตร์   ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพบกับประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ (พ.ศ. ๒๔๓๘-๒๕๑๕) โอกาสนั้นพระองค์ได้พระราชทานขันถมทอง พร้อมด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ในกรอบฝังเพชร ฝีมือช่างทำเครื่องประดับชาวฝรั่งเศสผู้เลื่องชื่อนามว่าการ์ติเย่ (Cartier)